• ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย 1. ความสัมพันธ์ทั่วๆไป 1.1 การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียได้พัฒนาแน่นแฟ้นจนมีความใกล้ชิดกันในปัจจุบัน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ทางด้านความมั่นคงที่ต้องพึ่งพาระหว่างกัน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งระดับพระราชวงศ์ชั้นสูงและรัฐบาล ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันเป็นอย่างมาก แต่ยังคงมีประเด็นปัญหาที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันแก้ไข อาทิ การปักปันเขตแดนทางบก บุคคลสองสัญชาติ โจรก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1.2 นโยบายหรือเป้าหมายหลักของไทยต่อมาเลเซีย 1.2.1 ยกระดับจากการมี "ความสัมพันธ์อันดี" ให้พัฒนาเป็น "ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน" และสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งเพื่อสามารถมั่นใจว่าความสัมพันธ์ ระหว่างกันตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุใช้ผล เคารพซึ่งกันและกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี 1.2.2 แสวงและเพิ่มพูนโอกาส ตลอดจนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทย ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ตลอดจนหาประโยชน์จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย มาเกื้อกูลสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งส่งเสริมให้ไทยและมาเลเซียเป็นที่พึ่งของกันและกันในยามที่แต่ละฝ่ายต้องเผชิญปัญหา โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญกับปัญหาการถดถอยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 1.2.3 สร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความเข้าในอันดีระหว่างประชาชนต่อประชาชน ปลูกฝังความเข้าใจไทยมากขึ้น รวมทั้งสร้างความตระหนักถึง "การมีชะตากรรมร่วมกัน" จากการเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน ซึ่งหมายความว่าเหตุการณ์ในประเทศหนึ่งย่อมจะส่งผลเกื้อหนุน หรือกระทบต่ออีกประเทศหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 1.3 การค้า (1) มาเลเซียและไทยเป็นคู่ค้าอันดับสองของกันและกันในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ไทยเสียเปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด การนำเข้ามีมูลค่าเพิ่มทุกปี ในปี 2545 การค้ารวมมีมูลค่าประมาณ 6,454.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 2,835.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 3,618.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ไทยขาดดุลการค้า 782.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ในปี 2544 การค้ารวมระหว่างสองฝ่ายมีมูลค่า 5,800.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุล 333.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2) สินค้าออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรพิมพ์ โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ โดยไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 8 มีส่วนแบ่งการตลาด 4% (3) สินค้าเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักร ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า หลอดภาพโทรทัศน์ เคมีภัณฑ์ น้ำมันดิบ เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรม ไม้ซุง ไม้แปรรูปและไม้อื่น ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์โลหะ โดยไทยเป็นผู้นำเข้าอันดับ 6 (4) การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย เป็นส่วนประกอบสำคัญของการค้ารวมระหว่างสองประเทศในปี 2545 มีมูลค่า 126,094.41 ล้านบาท (ประมาณร้อยละ 35 ของการค้ารวม) โดยไทยส่งสินค้าออกไปมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรตามพรมแดนใน 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา และปัตตานี 83,607.26 ล้านดอลลาร์บาท และนำเข้า 41,120.11 ล้านบาท 1.4 การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยมากเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่น โดยในปี 2545 มีจำนวน 1,296,109 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.77 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2544 ขณะเดียวกันมาเลเซียก็เป็นประเทศที่ชาวไทยเดินทางไปเยือนมากเป็นอันดับ 1 โดยในปี 2545 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปมาเลเซีย 740,570 คน เพิ่มขึ้น 17.96 % เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2544 (อนึ่ง ส่วนหนึ่งของผู้เดินทางชาวไทย ได้แก่ผู้ที่พำนักอาศัยอยู่บริเวณชายแดน) 1.5 การลงทุน จากสถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ได้รับอนุมัต ิให้การส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนปี 2545 ในแง่ของจำนวนโครงการ มาเลเซียเป็นผู้ลงทุนอันดับที่ 6 รองจาก ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ในส่วนของมูลค่าการลงทุน มาเลเซียเป็นผู้ลงทุนอันดับที่ 9 รองจาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และเยอรมัน ในปี 2545 การลงทุนของมาเลเซียในไทยโดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านผลิตภัณฑ ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งมากเป็นอันดับ 1 แทนที่สาขาการเกษตรและผลิตผลทางการเกษตร โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.1 ของจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมดในปี 2545 รองลงมาได้แก่สาขาเกษตรและผลิตผลทางการเกษตร คิดเป็นร้อยละ 30.4 อย่างไรก็ดี ในแง่ของมูลค่าการลงทุน สาขาเกษตรและผลิตผลทางการเกษตรเป็นสาขาที่มีมูลค่าการลงทุนมากที่สุด แทนที่สาขาอุตสาหกรรมบริการ โดยคิดสัดส่วนร้อยละ 43.3 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด รองลงมาได้แก่ สาขาผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง โดยคิดเป็นร้อยละ 42.5 ซึ่งเพิ่มขึ้นก่อนหน้าถึงประมาณ 3 เท่าตัว 1.6 สังคมและวัฒนธรรม ไทยกับมาเลเซียมีความร่วมมือในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนทั้งสองฝ่ายมีการติดต่อไปมาหาสู่ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การศึกษา และการเยี่ยมเยียนในฐานะเครือญาติ มีโครงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกันรวมทั้งการจัดตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการติดต่อด้านการค้าและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังอนุญาตให้คนสัญชาติของอีกฝ่ายใช้ใบผ่านแดน (border pass) ซึ่งออกให้โดยหน่วยปกครองในท้องถิ่นของแต่ละฝ่าย เดินทางผ่านด่านพรมแดนระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง 1.7 แรงงาน กระทรวงแรงงานฯ คาดว่ามีแรงงานไทยในมาเลเซียประมาณ 36,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรและมีภูมิลำเนาอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสามารถใช้บัตรผ่านแดน (Border pass) เข้าไปทำงานตามชายแดน ในจำนวนนี้ประมาณ 10,000 คน เดินทางเข้าไปทำงานสวนปาล์มน้ำมัน ยางพารา และไร่อ้อย โดยไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ แต่ได้รับใบอนุญาตให้ทำงานถูกต้องตามกฎหมายของมาเลเซีย ส่วนอีกประมาณ 10,000 คน ลักลอบทำงานในมาเลเซียโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามร้านอาหาร โรงงานขนาดเล็ก สวนผักผลไม้ งานก่อสร้าง สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 6,500 คน ส่วนใหญ่แจ้งการเดินทางด้วยตนเอง และบริษัทจัดหางานจัดส่งไปทำงาน แรงงานไทยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ และเกษตรกรรม แรงงานไทยยังคงเป็นที่นิยมในมาเลเซีย รัฐบาลรัฐและรัฐบาลกลางมาเลเซีย จึงมักผ่อนปรนให้แรงงานไทยเข้าไปทำงานในมาเลเซียได้ แม้จะโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากแรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่ก่อปัญหาให้กับทางการมาเลเซีย เหมือนแรงงานอินโดนีเซียและบังกลาเทศ แต่จากการที่แรงงานไทยลักลอบเข้าไปทำงานในมาเลเซียอย่างไม่ถูกต้อง จึงมักถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่องค่าจ้างและไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ เมื่อกลางปี 2546 รัฐบาลมาเลเซียได้ปรับเปลี่ยนนโยบายแรงงานต่างชาติเพื่อแก้ไขปัญหาว่างงานในประเทศ รวมทั้งเพื่อลดการการพึ่งพาแรงงานต่างชาติลง แต่นโยบายดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยบริเวณชายแดนมากนัก เนื่องจากความต้องการแรงงานไทยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม 2. ความตกลงสำคัญๆกับไทย ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำความตกลงในกรอบต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ และคมนาคม ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำความตกลงในด้านต่าง ๆ เพิ่มเติม อาทิ ความตกลงทางการค้าทวิภาคี เมื่อ 6 ตุลาคม 2543 การจัดทำ Bilateral Payment Arrangement (BPA) หรือ Account Trade เมื่อ 27 กรกฎาคม 2544 ซึ่งขณะนี้ธนาคารกลางของมาเลเซีย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของไทยพร้อมที่จะดำเนินการอย่างสมบูรณ์ และระหว่างการเยือนเกาะลังกาวีของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ระหว่าง 27-28 กรกฎาคม 2546 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมศุลกากรทั้งสองฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านพิธีการในการเคลื่อนย้ายสินค้า และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย นอกจากความร่วมมือระดับทวิภาคีแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังร่วมมือกันภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT) และได้ตกลงที่จะร่วมมือกันในเรื่องเกี่ยวกับยางพารา ทั้งนี้ ทั้งสามประเทศได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือยางพารา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2545 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุน 3 ประเทศ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการซื้อ-ขายยางพารา ซึ่งจะช่วยให้ราคายางพาราในตลาดโลกมีความ ยุติธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิตโดยรวม 3. การเยือนของผู้นำระดับสูง ? สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 27-30 มี.ค. 2543 ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ? สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยือนมาเลเซียเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2544 ? นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน 2544 และเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2544 เพื่อร่วมพิธีเปิด SEA GAMES ? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม 2544 ? นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2545 ? การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย - มาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2545 ที่จังหวัดสงขลา ? นายกรัฐมนตรีเยือนเกาะลังกาวี (Working Visit) ระหว่างวันที่ 27 -28 กรกฎาคม 2546 **************************** | เรียบเรียงโดย เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก 1 กรมเอเชียตะวันออก โทร. 02-643-5195-96
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
|
|