• ผู้นำจีน สมัชชาพรรคสมัยที่ 16 ได้คัดเลือกบุคคลเป็นสมาชิกกรมการเมืองจำนวน 25 คน (เพิ่มจากเดิม 3 คน) และสมาชิกกรมการเมือง 25 คนนี้ ได้เลือกตั้งสมาชิกถาวรประจำกรมการเมือง (Standing Committee of the Political Bureau of the Central Committee) จำนวน 9 คน (เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 คน) เรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่ (1) นายหู จิ่นเทา (2) นายอู๋ ปางกั๋ว (3) นายเวิน เจียเป่า (4) นายเจี่ย ชิ่งหลิน (5) นายเจิง ชิ่งหง (6) นายหวง จวี๋ (7) นายอู๋ กวานเจิ้ง (8) นายหลี่ ฉางชุน (9) นายหลัว ก้าน • เศรษฐกิจ เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายการปฏิรูปและการเปิดประเทศที่ ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2521 รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะเน้นผลผลิตทางการเกษตรให้พอเพียงสำหรับการบริโภคภายในประเทศ ในขณะเดียวกัน ก็จะเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีระดับสูงด้วย ในปี 2544 จีนได้เข้าเป็นสมาชิก WTO และได้ตั้งเป้าหมายว่า เมื่อถึงปี 2548 การค้า ต่างประเทศจะมีมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนยังเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า จีนตั้งเป้าหมายว่า เมื่อถึงปี 2548 รายได้เฉลี่ยต่อหัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,130 เหรียญสหรัฐ และ ปี 2553 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 เหรียญสหรัฐ จาก 860 เหรียญสหรัฐในปัจจุบัน (2544) • สังคม การเปิดประเทศและการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนส่งผลให้ประชาชนจีนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมอย่างกว้างขวาง อาทิ ปัญหาการแพร่ขยาย ของอิทธิพลตะวันตก ปัญหายาเสพติด ปัญหาการเพิ่มประชากร ปัญหาความเลื่อมล้ำทางสังคม เนื่องจาก รายได้ของประชาชนในเมืองและชนบทมีความแตกต่างอยู่มาก รัฐบาลจีนได้พยายามแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการควบคุมและรณรงค์ให้ประชาชน ยึดมั่นในอุดมการณ์สังคมนิยมและชาตินิยม ควบคุมสื่อมวลชนและอินเตอร์เน็ต เพื่อควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อประเทศ ขณะเดียวกัน ก็พยายามลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท ตลอดจนให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการประกอบธุรกิจและการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น • เศรษฐกิจการค้า เงินตรา สกุลเงินเรียกว่า “เหรินหมินปี้” โดยมีหน่วยเรียกเป็น “หยวน”
• อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 8.2766 หยวน 1 ยูโร เท่ากับ 8.6718 หยวน 1 หยวน เท่ากับ 4.9 บาท (20 พ.ย. 2546) • รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี ประชากรในเมือง 906 เหรียญสหรัฐ (ปี 2545: เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2544) ประชากรในชนบท 298 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2545: เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปี 2544) • GDP ประมาณ 1,233 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก • GDP Growth 8% (ปี 2545) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2546 GDP เพิ่มขึ้น 9.9% เปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2545 • ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ 286,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สถิติปี 2545 สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2546 ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มสูงถึง 346,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.4 • การค้าระหว่างประเทศ โครงสร้างเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรม 54% ของ GDP ภาคบริการ 28% ภาคเกษตรกรรม 14% และภาคการก่อสร้างคิดเป็น 4% ของ GDP เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายการปฏิรูปและการเปิดประเทศที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2521 รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะเน้นผลผลิตทางการเกษตรให้พอเพียงสำหรับการบริโภคภายในประเทศ โดยการเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อยกระดับการผลิตและการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมกันด้วย การค้าระหว่างประเทศของจีนในปี 2545 มีมูลค่ารวม 620,768 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2544 ร้อยละ 24 การค้าระหว่างประเทศของจีนตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2546 มีมูลค่า 682.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากระยะเดียวกันของปี 2545 ร้อยละ 36.4 การส่งออกมีมูลค่า 348.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.8 มูลค่าของสินค้านำเข้าของจีนคิดเป็นมูลค่า 333.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 นโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจของจีน มีรายละเอียด ดังนี้ (1) ยึดมั่นการกระตุ้นอุปสงค์ของตลาดภายในประเทศต่อไป (2) ดำเนินนโยบายการคลังในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ รวมทั้งรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน (3) เร่งปรับโครงสร้างด้านการเกษตร การปฏิรูปชนบท และการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร (4) เร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแก่วิสาหกิจจีน ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีการผลิต พัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคคล และใช้โอกาสที่จีนเข้าเป็นสมาชิก WTO ขยายการติดต่อและร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น (5) ปรับเปลี่ยนการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของภาครัฐ เพื่อความเป็นเอกภาพของนโยบายและความโปร่งใส ซึ่งจะยกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับหลักสากล รวมทั้งฝึกฝนอบรมบุคลากรที่เชี่ยวชาญในกฎหมายและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (6) พัฒนาภาคตะวันตก เพื่อลดความเลื่อมล้ำระหว่างการพัฒนา และมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนทางภาคตะวันออก และตะวันตก (7) พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมไฮเทค เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าของสินค้า (8) จีนมีนโยบายเปิดกว้างด้านตลาดหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถยื่นขอใบอนุญาต Qualified Foreign Institutional Investor: QFII จากคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลัดทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission: CSRC) โดยนโยบายดังกล่าวเริ่มใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2545 ในปัจจุบันตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรจีนมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเดิมสงวนไว้สำหรับนักธุรกิจจีนเท่านั้น การเปิดตลาดจึงเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสในการลงทุนทีมีมูลค่าสูงให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน จะช่วยระดมทุนใหม่ ๆ และสร้างความชำนาญให้แก่ตลาดหลักทรัพย์จีน และกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อขายในตลาดหุ้น |